เมืองหลวงของประเทศมาเลเซีย คือ กรุงกัวลาลัมเปอร์ อยู่ในรัฐสลังงอร์ จุดเด่นเห็นได้ชัดใรกรุงกัวลาลัมเปอร์คงหนีไม่พ้น ตึกคู่แฟดปิโตนัส ที่จะอยู่มุมไหนของ กัวลาลัมเปอร์ ก็เจอ หากจะมา เที่ยวกัวลาลัมเปอร์ ท่านจะมาทางรถจากหาดใหญ่ ซึ่งเป็นการประหยัดกว่า แต่นั่งรถไกลหน่อย กับท่านบินมาจากกรุงเทพฯ จากภูเก็ต จากกระบี่ หรือจะจากเชียงใหม่ ตามภูมิลำเนาของท่านได้เลยครับ กรุงกัวลาลัมเปอร์ หรือ คนมาเลเซียเรียกว่า KL เป็นนครสมัยใหม่ที่อยู่ท่ามกลางแสงสี และสีสันที่หลากหลายวัฒนธรรม มากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของเอเซีย เพราะคนมาเลเซียประกอบขึ้นด้วยกันจากคนหลากหลายเชื่อชาติ จึงเป็นที่มาของคำว่า Truly Asia ที่นี่เอเชีย KL มีความน่าหลงใหลและโดดเด่นอย่างไม่เหมือนใคร นักท่องเที่ยวจะได้รับการต้อนรับจากประชาชนชาวมาเลเซียอย่างยินดียิ่ง และยินดีนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย และหนึ่งในนั้นก็จะเป็น ตึกแฝด ที่ชาวมาเลเซียภูมิใจนำเสนอเป็นอย่างยิ่ง ด้วยการสร้างจากแนวคิดของอดีตท่านผู้นำมาเลเซีย ท่านดร.มหาธีร์ และลักษณะตัวเมืองของกรุงกัวลาลัมเปอร์ที่ผสมผสานระหว่างอาคารเก่า และอาคารสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว และดูไม่ขัดตานักท่องเที่ยว
เมืองอันทันสมัยแห่งนี้พร้อมสำหรับที่พักและสิงอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ร้านอาหาร สถานที่จัดประชุมสัมนา ดังนั้นหายหวังท่านจะได้เพลินไปกับภาพและเสียงของการเที่ยวกัวลาลัมเปอร์ เช่น วัฒนธรรมแสนอัศจรรย์ สถานที่อยู่ในความสนใจอย่างตื้นเต้นอันเป็นมรดกของประเทศมาเลเซียซึ่งได้รับกานดูแลรักษาได้เป็นอย่างดี พร้อมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบ และนอกจากนี้ยังเสริมทับด้วยงานเทศกาลต่างๆที่มีจัดอยู่ตลอดทุกเดือน เช่น การแข่งขันรถ F1, เทศการเมก้าช้อปปิ้งมาเลเซีย, เทศกาลอาหาร ดังนั้นประเทศมาเลเซียจึงเป็นจุดหมายปลายทางที่ท่านไม่ควรพลาด
ไปหน้าแรกทัวร์มาเลเซีย ไปหน้าทัวร์มาเลเซีย 3 วัน 2 คืน ไปหน้าทัวร์เกาะลังกาวี ไปหน้าทัวร์สิงคโปร์ ไปหน้าทัวร์มะละกา ไปหน้าทัวร์เก็นติ้ง
กรุงกัวลาลัมเปอร์ มีกิจกรรมมากมายให้ท่านเลือกชมและสัมผัส ในโซลของตัวเมืองเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมที่แปลกและน่าทึ่ง สวนสาธารณะที่มีการปรับแต่งภูมิทัศน์ อาคารสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง และสถานที่ท่องเที่ยวอืานๆที่น่าสนใจ ทั้งนี้ท่านสมาชิกของเที่ยวสนุกทัวร์ สามารถเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ เหล่านี้ได้สะดวกหากต้องการใช้รถสาธารณะ เช่นรถ ไฟฟ้าที่มีอยู่ทั่วกรุงกัวลาลัมเปอร์ หรือ จะใช้บริการรถบัสประจำทาง แต่ควรหลีเลี่ยงรถเท็กซี่ ท่าเป็นไปได้
แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย
อาคารตึกแฝดปิโตนัส ถือเป็นศุนย์กลางทางธุรกิจของกัวลาลัมเปอร์ (KLCC) ตึกปิโตนัสตั้งอยู่ตระหง่านด้วยความสูง 451.9 เมตร ถือเป็นสัญญาลักษณ์ของประเทศมาเลเซียที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ด้วยตัวโครงสร้างที่ส่องประกายของเหล็กอลูมิเนียมและแก้วที่ประดับบนตัวติกปิโตนัสได้อย่างลงตัว ที่KLCC มีส่วนประกอบที่สำคัญ เช่น ศูนย์ประชุมกัวลาลัมเปอร์ ช้อปปิ้งมอลล์ โรงแรมห้าดาว และส่วนของKLCC สำหรับไฮไลท์ของการไปเยือนอาคารตึกแฝดปิโตนัสคือการได้ไปยืน ณ สะพานระฟ้า ชื่อดังชุั่นที่ 41 และจุดชมวิวที่ชั้น 86
เวลาเปิดทำการ: 09.00 น.-19.00 น.
เวลาปิดทำการ: ทุกวันจันทร์ และเวลา 1.00 น.-2.30 น. ทุกวันศุกร์
เริ่มจำหน่ายตั๋วเวลา 8.30 น. ในแต่ละวันตั๋วมีจำนวนจำกัดและมีจำหน่ายในลักษณะมาก่อนมีสิทธิก่อนนอกจากนั้นยังสามารถซื้อตั๋วแบบล่วงหน้าได้
ค่าเข้าชม: ชาวมาเลเซีย ผู้ใหญ่ 25 ริงกิต เด็ก 12 ริงกิต
ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 80 ริงกิต เด็ก 30 ริงกิต
เว็บไซต์: www.petronastwintowers.com.my
หอคอยเคแอลทาว์เวอร์ (KL TOWER) ตั้งอยู่ใกล้ถนนพีรามลี ให้ท่านได้เที่ยวชมสถานที่อันโดดเด่นอีกจุดหนึ่งของกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งเป็นหอส่งสัญญาณสื่อสาร ตั้งอยู่บนยอดเขาบูกิตนานัส และเป็นหอคอยที่สูงเป็นอันดับ 7 ของโลก ท่านจะได้เพลิดเพลินไปกับการชมทัศนียภาพอันงดงามของกรุงกัวลาลัมเปอร์ ในระดับความสูงที่ 421 เมตร
ค่าเข้าชม: ชาวมาเลเซีย ผู้ใหญ่ 29 ริงกิต เด็ก 19 ริงกิต
ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 47 ริงกิต เด็ก 27 ริงกิต
หมายเหตุ: ราคาบัตรเข้าชมนี้เป็นตั๋วแบบเที่ยวเดียว เฉพาะหอสังเกตุการณ์เท่านั้น สำหรับรายละเอียดทั้งหมดของราคาเข้าชม สามารถเช็คได้ที่เว็บไซต์: www.menarakl.com.my
การเดินทางไปหอคอยเคแอลทาว์เวอร์ : ใช้บริการรถไฟฟ้าเคแอล โมโนเรลไปยังสถานีบูกิตนานัส และต่อรถแท็กซี่ไปยังหอคอยเคแอลทาว์เวอร์ ซึ่งจากประตูใหญ่ฝั่งจาลานปันเช็นจะมีบริการรถรับส่งฟรีไปยังหอคอย
พระราชวังอีสต้าน่าเนก้าร่า ตั้งอยู่ถนนดูตา เป็นพระราชวังแห่งชาติเป็นที่ประทับอย่างเป็นทางการของพระราชาธิบดีมาเลเซีย พระราชวังแห่งนี้ตั้งตระหง่านอยู่ที่ถนนทดูตาและกลายเป็นพระราชวังแห่งชาติในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.2011 แทนที่พระราชวังหลังเกาบนถนนอีสตาน่า โดยมีพื้นที่ของพระราชวังทั้งหมดประมาณ 97.65 เฮกเตอร์ ตัวพระราชวังใช้รูปแบบของสถาปัตยกรรมแบบมาเลย์ดั้งเดิมที่มาพร้อมกับงานศิลป์จากศาสนาอิสลาม ซึ่งผู้สร้างเป็นนักแกะสลักซื่อดังจากตรังกานูและกลันตัน พระราชวังแห่งนี้ถูกประดับด้วยโดมกว่า 22 โดม โดยที่โดมสูงที่สุดสูงประมาณ 40 เมตร โดมสองหลังประดับประดาด้วยใบพลูที่มิใช่เพียงแค่เปล่งประกายเรืองแสงในเวลากลางคืนเท่านั้น แต่ยังสามารถเปลี่ยนสีตามโอกาสได้อีกด้วย
ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าไปข้างในพระราชวัง แต่สามารถถ่ายรูปด้านนอกได้เท่านั้น
การเดินทาง ให้ใช้บริการแท็กซี่นับว่าเป็นบริการที่สะดวกที่สุดในการเดินทางไปที่พระราชวังอิสตาน่า
เว็บไตต์: www.istananegara.gov.my
สถานที่ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของกัวลาลัมเปอร์
ประวัติศาสตร์อันยาวนานและน่าตืนเต้นของกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซียได้ทิ้นสถานที่อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมไว้หลายๆแห่ง ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว และแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมมาเลเซียได้อย่างดียิ่ง มรดกที่สำคัญ เช่น เมอร์เดก้าสแควร์ มาร์เก็ตสแควร์ ย่านไชน่าทาวน์ เป็นต้น
เมอร์เดก้าสแควร์ อยู่ถนนราชา ดาตารันเมอร์เดก้าสแควร์ เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากสำหรับการท่องเที่ยวสถานที่อันเป็นประวัติศาสตร์ของ กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ธงชาติยูเนี่ยนแจ็คของประเทศอังกฤษได้ถูกลดจากเสาธงที่นี่ แล้วถูกแทนที่ด้วย ธงชาติมาเลเซีย เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ค.ศ. 1957 ซึ่งนั้นหมายถึงการได้รับเอกราชของมาเลเซีย จากการปกครองของอังกฤษ มาอย่างยาวนาน ดังนั้น ณ ที่นี่ ทุกๆปี ของวันที่ 31 สิงหาคม ชาวมาเลเซียจากทุกเชื่อชาติก็จะมาเฉลิมฉลองวันชาติกันอย่างยิ่งใหญ่ โดยปลาดสจากของมึนเมาต่าง เพราะเขาเป็นชาติมุสลิม ดังนั้นเมอร์เดก้า ตามความหมายของมาเลเซีย คือ เอกราช สัญญาลังที่เด็นชัดอีกอย่างหนึ่งที่เมื่อมาถึงที่นี่แล้วท่านต้องถ่ายรูปคือ เสาธงที่สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก ที่มีความสูงถึง 100 เมตร จาตุรัสดาตารันเมอร์เดก้าจึงเป็นจุดศูนย์รวมความเป็นชาติของประเทศมาเลเซีย มุมหนึ่งที่ยังหลงเหลืออยู่ คือ หมู่อาคาร รูปทรงแบบศิลปะมัวร์ ผสมแบบมุสลิมตะวันออกกลาง มีจุดเด่นที่อาคารอับดุลซามะห์ ซึ่งมีหอนาฬิกา เป็นจุดดึงดูดความสนใจให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปกันอย่างจุใจกันเลยที่เดียวครับ
สโมสรรอยัลเซอร์ลังงอร์ ตั้งอยู่ถนนราชา ที่เดียวกับเมอร์เดก้าร์ รอยัลเซอร์ลังงอร์มีรูปลักษณ์แปลกตาเลียนแบบมาจากสถาปัตกรรมแบบทูดอร์ อาคาร์นี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อ ปี ค.ศ. 1884 เป็นอาคารเล็ก ๆ ที่ใช้เป็นคลับเพื่อทางสังคมและเล่นคริกเก็ตสำครับชุมชนชาวต่างๆชาติ ที่กำลังเพิ่มมากขึ้นในขณะนั้น คลับนี่มีชื่อเล่นๆ ว่า เดอะสปอตเตดด็อก ซึ่งว่ากันว่ามาจากสุนัขขนจุดขาวดำพันธุ์ดันมาเวียนที่ภรรนาของผู้บังคับการตำรวจพามาที่คลับประจำ ต่อมาอาคารถูกไฟไหม้ใน ปี ค.ศ. 1970 และได้สร้างขึ้นไหม่ในรูปลักษณ์ปัจจุบันในปี ค.ศ. 1979 ซึ่งเป็นศิลปะแบบมาลายู
อาคารอับดุลซามัด ถนนราจา เป็นอาคารประวัติศาสตร์ที่มีรูปลักษณ์เด่นสง่าแห่งนี้สร้างขึ้นใน ค.ศ. 1897 ตั้งชื่อตามพระนามขององค์สุลต่านผู้ปกครองรัฐและเป็นที่ตั้งของสำนักงานกรมการรัฐบาลสำคัญต่างๆ ในสมัยการปกครองของอังกฤษอาคารมีรูปลักษณ์แบบมาโฮเม็ตหรือซาราเซ็นสมัยใหม่ ตัวอาคารสร้างด้วยอิฐทั้งหมดโดยมีขนาดใหญ่สุดในสมัยนั้น และกล่าวกันว่ามีความสวยงามที่สุดในมาเลเซีย ตัวอาคารประกอบด้วยระเบียง ประตูโค้งรูปเกือกม้า มียอดโดมทองแดงทองสวยงามจริงๆ และหอนาฬิกาสูง 41.2 เมตร ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของศาลฎีกาและพิพิฑภัณฑ์สิ่งทอ อาคารนี้จึงที่ประทับใจของผู้พบเห็นและนักท่องเที่ยวอย่างมากโดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืนที่มีการประดับประดาดวงไฟอย่างสวยงามมาก
การเดินทาง: นักรถไฟใต้ดินแรพิดเคแอลแอลอาร์ที ไปลงที่สถานีมัสยิดจาเม็กเดินต่อไปเพียง 10-15 นาที ก็จะถึงจัตุรัสเมอร์เดก้า สมาคมรอยัลเซอลังงอร์ และอาคารสุลต่านอับดุลซามัด
มาร์เก็ตสแควร์ ปาซาร์เซนี (เซ็นทรัลมาร์เก็น) อยู่ถนนฮังคัส อาคารนี้ถูกออกแบบโดยสถาปนิคและวิศวกรชื่อ ไทลี มีรูปลักษณะเป็นตัวอย่างที่ดีของศิลปะแบบเดโค่ในทศวรรษ 1930 เซ็นทรัลมาร์เก็ต เคยเป็นตลาดสดกลางกัลาลัมเปอร์มาก่อน จนได้มีการบูรณะซ่อมแซมและเปิดใช้งานอีกครั้งเมื่อ ค.ศ. 1986 นับเป็นอาคารแรกที่ได้ถูกแก้ไขดัดแปลงสำหรับใช้ในด้านอื่น ปัจจุบันได้กลายเป็นศูนย์หัตถกรรมชั้นแนวหน้าของเมือง
การเดินทาง: นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินแรพิดเคแอลแอลอาร์ทีไปลงสถานี ปาซาร์เซนี เดินต่อไปอีกนิดก็จะถึงตลาดกลาง
ร้านสรรพสินค้าจาลันฮังคัสสตูรี อยู่ห่างจากเซ็นทรัลมาร์เก็ตเพียงนิดเดียว เดินไปก็ถึง จาลันฮังคัสตูรีเคยเป็นแหล่งจำหน่ายอาหารแห้ง เช่น ปลาเค็ม ผักดอง และร้านค้าเหล่านี้ยังคงมีอยู่มากมายจนถึงปัจจุบันนี้ ร้านค้าที่สร้างสมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่สองนั้นส่วนใหญ่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิค
เมดานปาซ่า (มาร์เก็ตสแควร์) ตั้งอยู่ระหว่างเลอโบะห์ปาซ่าร์เบอร์ซาร์และเลอโบะห์อัมปังมาร์เก็ตสแควร์ซึ่งครั้งหนึ่งเคยอ้างถึงว่าเป็นของยับอาห์ลอย หัวหน้าชุมนุมคนจีน ตึงร้านขายของแบบสามชั้นในเขตนี้ มีรูปลักษณะที่เป็นตัวอย่างที่ดีของสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิค มีการโบกปูนรูปพวงมาลัยประดับหน้าจั่วบนหลังคาและซี่ลูกกรง
บริการนำเที่ยวโดยเที่ยวสนุกทัวร์แอนด์แทรเวล ใบอณุญาตธุรกิจนำเที่ยวเลขที่ 41-00335
สำนักงานเลขที่ 10/114 ซ.กันตัง 20 ถ.จริงจิตร ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง 92000 โทร. 075 502 938
สายด่วน 085 384 0228 (คุณนัท) 081 415 5955 (คุณใหม่)